แลกเงินยูโรที่ไหนดี ทริปยุโรปหน้าหนาว เตรียมให้พร้อมก่อนบิน

"ไปยุโรป แลกยูโรอย่างเดียวพอไหม" เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยช่วงก่อนหน้าหนาว คำตอบคือขึ้นกับเส้นทาง เพราะยุโรปไม่ได้ใช้ยูโรทุกประเทศ และแต่ละเมืองก็จ่ายเงินไม่เหมือนกัน บางประเทศรูดบัตรได้แทบทุกที่ บางประเทศยังใช้เงินสดเยอะ โดยเฉพาะแผงในตลาดคริสต์มาส บทความนี้จะไล่ให้เห็นว่าต้องแลกกี่สกุล พกเงินสดเท่าไหร่ ขอธนบัตรใบไหน และแลกเงินยูโรที่ไหนดีให้พร้อมก่อนเดินทาง

สรุปใน 1 นาที
• ยุโรปไม่ได้ใช้ยูโรทุกประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ เช็ก ฮังการี โปแลนด์ และสแกนดิเนเวียใช้สกุลของตัวเอง
• เยอรมนีและออสเตรียยังใช้เงินสดเยอะ และแผงตลาดคริสต์มาสจำนวนมากรับเฉพาะเงินสด
• ธนบัตรที่ใช้ง่ายคือใบ 20 และ 50 ยูโร ส่วนใบ 200 มักถูกปฏิเสธตามร้านเล็ก
• แลกจากไทยก่อนบินรู้ต้นทุนชัด ส่วนกด ATM ที่ยุโรปมีค่าธรรมเนียมหลายชั้น

แลกเงินยูโรที่ไหนดี แลกจากไทยหรือกด ATM ที่ยุโรป ?

แลกเงินยูโรที่ไหนดี คำตอบคือแลกจากร้านแลกเงินที่มีใบอนุญาตในไทยก่อนเดินทาง แล้วเก็บบัตรไว้เป็นช่องทางสำรอง ทริปยุโรปมีเรื่องให้จัดการเยอะอยู่แล้ว ทั้งอากาศ การต่อเครื่อง และการข้ามประเทศ อีกทั้งร้านแลกเงินในยุโรปทั่วไปไม่รับเงินบาท การหิ้วเงินบาทไปเผื่อจึงใช้เป็นแผนสำรองไม่ได้จริง

ประเด็น

แลกยูโรจากไทย

กด ATM ที่ยุโรป

ต้นทุน

รู้ตัวเลขแน่นอนตั้งแต่วันที่แลก

ขึ้นกับเรทของบัตรวันนั้น บวกค่าธรรมเนียมหลายชั้น

ค่าธรรมเนียม

จ่ายครั้งเดียวจบ

มีค่าแปลงสกุลเงิน ค่ากดเงิน และค่าของเจ้าของตู้

ชนิดธนบัตร

ขอชนิดที่ต้องการได้

ตู้มักจ่ายใบใหญ่ ใช้ยากในตลาดและร้านเล็ก

สิ่งที่ต้องระวัง

พกเงินสดข้ามประเทศ ควรแบ่งเก็บหลายจุด

ต้องเผื่อกรณีบัตรมีปัญหาหรือหาตู้ไม่ได้

ตารางนี้เป็นภาพรวม ตู้ ATM ในย่านท่องเที่ยวหลายตู้เป็นของเอกชนที่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกต่อ จึงควรใช้ทั้งสองทางร่วมกัน

DCC (Dynamic Currency Conversion) คือ ตัวเลือกให้เครื่องรูดบัตรหรือตู้ ATM แปลงยอดเป็นเงินบาทให้ทันที เครื่องตั้งเรทเอง และมักแพงกว่าเรทของบัตร จึงควรเลือกจ่ายเป็นสกุลท้องถิ่นทุกครั้ง

เที่ยวยุโรปใช้เงินยูโรได้ทุกประเทศไหม ?

เที่ยวยุโรปใช้เงินยูโรไม่ได้ทุกประเทศ หลายคนเข้าใจว่าเข้าเขตเชงเก้นแล้วจะใช้ยูโรได้หมด แต่สองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน จึงควรเช็กสกุลของทุกประเทศในเส้นทางก่อนแลก

เขตเชงเก้น (Schengen Area) คือ ข้อตกลงเรื่องการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิก ไม่ได้เกี่ยวกับสกุลเงิน บางประเทศในเขตนี้ใช้สกุลของตัวเอง

  • กลุ่มที่ใช้ยูโร: เยอรมนี ออสเตรีย ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม โปรตุเกส แลกยูโรสกุลเดียวจบ และเงินที่เหลือใช้ต่อในประเทศถัดไปได้ทันที

  • กลุ่มที่ใช้สกุลของตัวเอง: สวิตเซอร์แลนด์ (CHF) เช็ก (CZK) ฮังการี (HUF) โปแลนด์ (PLN) เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ (DKK, SEK, NOK) และอังกฤษ (GBP)

ร้านในเมืองท่องเที่ยวของกลุ่มหลังบางแห่งรับยูโรก็จริง แต่มักคิดเรทต่ำกว่าตลาดพอสมควร วิธีที่จัดการง่ายคือแลกสกุลท้องถิ่นไว้เท่าที่จำเป็น แล้วใช้บัตรเป็นหลัก

ยุโรปหน้าหนาวต้องพกเงินสดกี่ส่วน ?

ยุโรปหน้าหนาวต้องพกเงินสดมากหรือน้อยขึ้นกับประเทศปลายทาง ตัวอย่างสมมติของสัดส่วนเงินสดต่องบใช้จ่ายระหว่างทริป:

  • เยอรมนีและออสเตรีย ราว 40-50%: ร้านอาหารเล็ก เบเกอรี และร้านในเมืองเก่าจำนวนไม่น้อยรับเฉพาะเงินสด หรือมียอดขั้นต่ำสำหรับรูดบัตร

  • ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ราว 25-35%: รูดบัตรได้กว้าง แต่ร้านเล็กยังใช้เงินสด

  • สแกนดิเนเวีย ราว 10-20%: หลายร้านรับเฉพาะบัตร ไม่ควรแลกสกุลโครนไว้เยอะ เพราะจะเหลือกลับมาขายคืน

ตลาดคริสต์มาสคือเหตุผลหลักที่หน้าหนาวต้องพกเงินสดมากกว่าฤดูอื่น ตลาดจัดราวปลายพฤศจิกายนถึงก่อนวันคริสต์มาส แผงส่วนใหญ่เป็นแผงชั่วคราวที่ไม่มีเครื่องรับบัตร ของที่ซื้อเป็นยอดย่อยทีละไม่กี่ยูโร บางตลาดเก็บค่ามัดจำแก้วไวน์ร้อน และตลาดมักอยู่กลางลานเมืองที่คนแน่น การเดินหาตู้ ATM กลางงานเสียเวลากว่าที่คิด จึงควรแยกเงินสดใบเล็กไว้เป็นก้อนสำหรับตลาดโดยเฉพาะ

ควรแลกเงิน EUR เป็นเงินสดเท่าไหร่ ?

ควรแลกเงิน EUR เป็นเงินสดตามเส้นทาง ไม่ใช่ตามงบทั้งทริป ตัวอย่างสมมติสำหรับทริป 7-10 วันแบบทั่วไป:

  • เยอรมนีหรือออสเตรียช่วงตลาดคริสต์มาส: ราว 300-450 ยูโร

  • ฝรั่งเศส อิตาลี หรือสเปน: ราว 200-300 ยูโร

  • ข้ามหลายประเทศในกลุ่มยูโร: ราว 350-500 ยูโร

  • สแกนดิเนเวีย: ราว 100 ยูโรหรือน้อยกว่า และควรเป็นสกุลท้องถิ่นแทน

ค่าโรงแรม รถไฟระหว่างเมือง และตั๋วกิจกรรมส่วนใหญ่จ่ายด้วยบัตรได้ ถ้าทริปข้ามหลายประเทศ อย่าแบ่งเงินสดเท่ากันทุกประเทศ เช่น เริ่มเยอรมนีแล้วต่อสวิตเซอร์แลนด์ ให้มียูโรก้อนใหญ่สำหรับช่วงแรก และฟรังก์สวิสก้อนเล็กสำหรับช่วงหลัง เพราะประเทศที่ใช้เงินสดน้อยจะทำให้เงินเหลือ และสกุลอย่างโครูนาเช็กหรือโครนนอร์เวย์ขายคืนยากกว่ายูโร

ธนบัตรยูโรใบไหนใช้ง่าย ใบไหนมักถูกปฏิเสธ ?

ธนบัตรยูโรที่ใช้ง่ายคือใบ 20 และ 50 ร้านทั่วไปรับและทอนได้สบาย ส่วนใบ 200 มักถูกปฏิเสธตามร้านเล็ก คาเฟ่ และแผงตลาด เพราะร้านไม่มีเงินทอนพอ

  • 5 และ 10 ยูโร: แผงตลาด ค่ามัดจำแก้ว และของกินเล่น

  • 20 และ 50 ยูโร: ค่าใช้จ่ายหลักระหว่างวัน ร้านอาหาร และร้านค้าทั่วไป

  • 100 ยูโร: ร้านใหญ่รับ ร้านเล็กอาจไม่ทอน เหมาะเก็บเป็นเงินสำรอง

  • 200 ยูโร: ถูกปฏิเสธบ่อย ไม่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว

ตอนแลกควรขอชนิดธนบัตรทุกครั้ง เพราะถ้าไม่ระบุ ร้านมักจัดเป็นใบใหญ่ให้นับง่าย ให้บอกไปเลยว่าขอใบ 20 และ 50 เป็นหลัก และใบ 5 กับ 10 ไว้บางส่วนสำหรับตลาด การรับหรือไม่รับธนบัตรแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับร้าน และต่างกันไปตามประเทศ

เรทเงินยูโรวันนี้ควรเช็กตอนไหน และมีข้อควรระวังอะไร ?

เรทเงินยูโรวันนี้ควรเริ่มเช็กล่วงหน้าราว 2-4 สัปดาห์ แล้วแลกให้เสร็จก่อนเดินทาง ทริปยุโรปหน้าหนาวมักตรงกับช่วงปลายปีที่คนไทยเดินทางเยอะ ใบ 5 และ 10 ยูโรที่สาขาสต็อกไว้น้อยกว่าใบใหญ่จึงอาจหมดก่อน ควรแจ้งตั้งแต่รู้วันเดินทาง ที่ BMex แจ้งสกุล จำนวน และชนิดธนบัตรผ่าน LINE@ ด้วยบริการ BMex EXPRESS แล้วนัดรับที่สาขาหรือให้จัดส่ง ตามเงื่อนไขของบริการ

  • เหมาว่าใช้ยูโรได้ทั้งทริป: ไล่เส้นทางทีละประเทศก่อนตัดสินใจว่าจะแลกกี่สกุล

  • ขอใบใหญ่ทั้งหมด: ใบ 200 ยูโรถูกปฏิเสธบ่อยตามร้านเล็กและแผงตลาด

  • ให้เครื่องคิดเป็นเงินบาท: ตอนรูดบัตรหรือกดเงิน ให้เลือกสกุลท้องถิ่นเสมอ

  • พกเงินสดจำนวนมากโดยไม่เช็กเกณฑ์: ทั้งไทยและยุโรปมีเกณฑ์สำแดงเงินตราของตัวเอง ควรตรวจกับเว็บไซต์ทางการของศุลกากรก่อนเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย

ไปสวิตเซอร์แลนด์ใช้เงินยูโรได้ไหม

ร้านในย่านท่องเที่ยวบางแห่งรับ แต่มักคิดเรทด้อยกว่าตลาดและทอนเป็นฟรังก์สวิส จึงควรใช้บัตรเป็นหลัก และแลกฟรังก์สวิสไว้เท่าที่จำเป็น

ธนบัตร 200 และ 500 ยูโรยังใช้ได้ไหม

ใบ 200 ยังใช้ได้แต่มักถูกปฏิเสธตามร้านเล็ก ส่วนใบ 500 ไม่ได้ผลิตเพิ่มแล้วและแทบไม่เจอในการใช้จ่ายทั่วไป นักท่องเที่ยวจึงควรถือใบ 20 และ 50 เป็นหลัก

ตลาดคริสต์มาสรับบัตรไหม

แผงใหญ่บางแผงรับ แต่แผงเล็กจำนวนมากรับเฉพาะเงินสด และมักซื้อทีละไม่กี่ยูโร จึงควรเตรียมใบ 5 และ 10 ยูโรไว้เป็นก้อนแยก

เงินยูโรเหลือ ควรเก็บไว้หรือขายคืน

ยูโรใช้ได้หลายประเทศ ถ้ามีแผนไปยุโรปอีกในหนึ่งถึงสองปี เก็บไว้ก็สมเหตุสมผล ถ้ายังไม่มีแผน ขายคืนตอนธนบัตรยังสภาพดีจะดีกว่า โดยใช้เรทรับซื้อของวันที่ขาย

แลกเงินยูโรกับ BMex ต้องใช้อะไร และแจ้งหลายสกุลพร้อมกันได้ไหม

คนไทยใช้บัตรประชาชนตัวจริง ชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทาง ถ้าทริปต้องใช้หลายสกุล แจ้งสกุลและจำนวนที่ต้องการทาง LINE@ ในครั้งเดียวได้ ส่วนสกุลที่มีให้บริการสอบถามได้ที่ LINE Official Account

สรุป และแลกเงินยูโรที่ BMex

แลกเงินยูโรที่ไหนดีสำหรับทริปยุโรปหน้าหนาว ตอบได้ง่ายเมื่อเริ่มจากคำถามที่ถูก คือไล่เส้นทางก่อนว่าผ่านประเทศไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าต้องแลกกี่สกุลและเท่าไหร่ จากนั้นขอชนิดธนบัตรให้เหมาะกับการใช้จริง โดยเฉพาะถ้าแผนมีตลาดคริสต์มาส ถ้าเดินทางช่วงปลายปี การแจ้งจำนวนไว้กับ BMex ล่วงหน้าจะช่วยให้ได้ธนบัตรตามที่ต้องการ

เลือกเร็ว
• ถ้าเส้นทางอยู่ในกลุ่มยูโรทั้งหมด: แลกยูโรสกุลเดียวจบ
• ถ้ามีสวิตเซอร์แลนด์ เช็ก หรือสแกนดิเนเวีย: แลกสกุลท้องถิ่นเท่าที่จำเป็น แล้วใช้บัตรเป็นหลัก
• ถ้าไปเดินตลาดคริสต์มาส: ขอใบ 5 และ 10 ยูโรไว้เป็นก้อนแยก
• ถ้าเดินทางช่วงปลายปี: จองล่วงหน้าตั้งแต่รู้วันบิน

โปรดอ่านก่อนตัดสินใจ
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตัวเลขเรทและค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เรทจริง ณ วันที่อ่าน อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด และไม่มีการรับประกันเรทใด ๆ กรุณาตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนของวันที่จะทำรายการจริงกับสาขาอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

แลกเงินยูโรกับ BMex
Bangkok Money Exchange (BMex) ให้บริการแลกเงินตราต่างประเทศกว่า 30 สกุล ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มี 3 สาขา ได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์ สาขาโลตัส ศรีนครินทร์ และสาขาตลาดสดธนบุรี
สอบถามเรทเงินยูโรวันนี้และสกุลอื่นที่ต้องใช้ในทริปได้ทาง LINE Official Account หรือใช้บริการ BMex EXPRESS แจ้งจำนวนและชนิดธนบัตร แล้วนัดรับที่สาขาหรือให้จัดส่งถึงที่ ตามเงื่อนไขของบริการ