ไปญี่ปุ่นควรแลกเงินเยนที่ไหนดี และเช็กเรทก่อนบินยังไงให้คุ้ม

ทริปญี่ปุ่นหลายทริปเริ่มวางแผนกันล่วงหน้าเป็นเดือน ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ไปจนถึงร้านอาหารที่อยากลอง แต่เรื่อง “เงินเยน” มักถูกนึกถึงเป็นลำดับท้าย ๆ บางคนรอแลกก่อนบินเพียงวันเดียว บางคนค่อยจัดการที่สนามบิน ซึ่งสะดวกก็จริง แต่อาจทำให้เหลือตัวเลือกเรื่องเรทน้อยลงกว่าการเตรียมไว้ล่วงหน้า

ถ้ากำลังวางแผนไปญี่ปุ่น บทความนี้จะช่วยตอบสองคำถามหลักว่า ควรแลกเงินเยนที่ไหน และควรเช็กเรทอย่างไรให้เหมาะกับงบทริป โดยไม่จำเป็นต้องเช็กค่าเงินทุกวัน


สรุปใน 1 นาที

  • ถ้ามีเวลาเตรียมตัว ควรเช็กเรทจากร้านแลกเงินที่มีใบอนุญาตในไทยก่อน เพราะมักมีตัวเลือกและเรทที่แข่งขันได้มากกว่าเคาน์เตอร์ในจุดที่เน้นความสะดวก

  • ก่อนซื้อเงินเยน ให้ดูช่อง “ราคาขาย (Selling)” เพราะเป็นราคาที่เราใช้ซื้อเงินเยนจากร้าน

  • เริ่มดูเรทล่วงหน้าราว 2-4 สัปดาห์ก็เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเฝ้าทุกวัน

  • เตรียมทั้งเงินสดและบัตรให้เหมาะกับสไตล์ทริป โดยเฉพาะหากมีแผนออกนอกเมืองใหญ่ 



แลกเงินเยนที่ไหนดี ?

ถ้าต้องการทั้งเรทที่แข่งขันได้และมีเวลาเลือก ควรเริ่มจากร้านแลกเงินที่มีใบอนุญาตในประเทศไทยก่อน 

เพราะสามารถเช็กเรท เปรียบเทียบ และวางแผนจำนวนเงินได้ล่วงหน้า

แต่ละช่องทางมีข้อดีต่างกัน เคาน์เตอร์ธนาคารหาได้ง่ายและอยู่ใกล้ชีวิตประจำวัน ส่วนเคาน์เตอร์สนามบินเหมาะกับกรณีเร่งด่วน ขณะที่การแลกหรือกดเงินที่ญี่ปุ่นช่วยลดการพกเงินสดก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรก การเลือกจึงควรดูทั้งเรท ความสะดวก และรูปแบบทริปร่วมกัน

ลองเทียบทางเลือกทั้งสี่แบบให้เห็นภาพก่อน

จุดที่แลกได้

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ร้านแลกเงินที่มีใบอนุญาตในไทย

เรทดีที่สุดในกลุ่ม จองล่วงหน้าได้ มีสกุลให้เลือกหลากหลาย

ต้องเดินทางไปที่สาขา

เคาน์เตอร์ธนาคารในไทย

สาขาเยอะ อยู่ในห้างหรือใกล้ที่ทำงาน

เรทมักห่างจากร้านแลกเงิน และปิดในวันหยุด ไม่มีเงินเยนเพียงพอ

เคาน์เตอร์ในสนามบิน

สะดวกสำหรับกรณีเร่งด่วนหรือแลกเพิ่มก่อนขึ้นเครื่อง 

มักมีต้นทุนด้านความสะดวกและพื้นที่ จึงควรเปรียบเทียบก่อนถ้ามีเวลา 

แลกที่ญี่ปุ่น หรือกดจากตู้ ATM

ไม่ต้องพกเงินสดก้อนใหญ่ข้ามประเทศ

อาจมีค่าธรรมเนียมต่อรายการและเงื่อนไขจากผู้ให้บริการหรือบัตร

ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อช่วยตัดสินใจ เรทจริงและเงื่อนไขของแต่ละจุดเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรเช็กอีกครั้งในวันที่จะทำรายการ


เรทเงินเยนยังไง ให้ไม่แลกผิดช่อง ?

เวลาไปแลกเงิน ให้มองหาช่อง “ราคาขาย (Selling)” เพราะเป็นราคาที่ร้านขายเงินเยนให้เรา ส่วน “ราคารับซื้อ” ใช้ในกรณีที่เรานำเงินเยนกลับมาขายคืนให้ร้าน ตัวเลขสองช่องจึงไม่เท่ากัน และมีหน้าที่คนละแบบ

ราคารับซื้อ กับ ราคาขาย ต่างกันตรงไหน ?

ถ้าเรากำลังจะไปญี่ปุ่นและต้องการซื้อเยน ให้ดูช่องราคาขาย Selling แต่ถ้ากลับจากทริปแล้วมีเยนเหลือและต้องการขายคืน ให้ดูช่องราคาซื้อ Buying

ตัวอย่าง สมมติเรทขายอยู่ที่ 0.2350 บาทต่อ 1 เยน หากต้องการ 100,000 เยน จะใช้เงิน 23,500 บาท แต่ถ้าอีกร้านอยู่ที่ 0.2380 บาท เงินจำนวนเดียวกันจะเป็น 23,800 บาท ต่างกัน 300 บาท ตัวเลขที่ดูห่างกันเพียงเล็กน้อยจึงมีผลมากขึ้นตามจำนวนเงินที่แลก

ทำไมเรทแต่ละร้านไม่เท่ากัน ?

แต่ละร้านมีต้นทุนและปริมาณเงินสดหมุนเวียนไม่เท่ากัน รวมถึงทำเลและค่าใช้จ่ายในการให้บริการ ร้านที่มีการซื้อขายสกุลนั้นต่อเนื่องอาจบริหารสต็อกได้คล่องกว่า ขณะที่จุดบริการในทำเลที่มีต้นทุนสูงก็อาจมีส่วนต่างมากขึ้นตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง


แลกเงินเยนที่ไทย หรือที่ญี่ปุ่น คุ้มกว่ากัน ?

สำหรับทริปทั่วไป การแลกจากไทยล่วงหน้ามักวางแผนง่ายกว่า เพราะมีเวลาเช็กเรทและเปรียบเทียบหลายร้านก่อนเดินทาง ส่วนการแลกที่ญี่ปุ่นเหมาะเป็นทางเลือกสำรองหรือใช้กับทริปที่แผนยังไม่แน่นอน


แลกจากไทย

ประเด็นเปรียบเทียบ

แลกที่ญี่ปุ่น

มักได้เรทดีกว่า เพราะร้านแข่งกันที่ราคาโดยตรง

เรทที่ได้รับ

ขึ้นกับจุดแลกและอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 

ต้องแวะสาขาก่อนเดินทาง หรือจองล่วงหน้าแล้วไปรับ

ความสะดวก

จัดการระหว่างทริปได้ ไม่ต้องเตรียมทั้งหมดก่อนออกเดินทาง 

ต้องพกเงินสดข้ามประเทศ จึงควรแบ่งเก็บหลายจุด

ความเสี่ยงที่ต้องจัดการ

ควรเผื่อเวลาและรู้ว่าจุดแลกหรือตู้ ATM อยู่ตรงไหน โดยเฉพาะนอกเมืองใหญ่ 

คนที่วางแผนล่วงหน้าและรู้งบคร่าว ๆ แล้ว

เหมาะกับใคร

คนที่ทริปยาว หรือไม่อยากถือเงินสดทั้งก้อนตั้งแต่วันแรก

ตารางข้างต้นเปรียบเทียบในภาพรวม ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะเป็นแบบนี้เสมอไป ทริปที่ยาวหรือมีแผนไม่แน่นอนอาจเหมาะกับการแบ่งแลกทั้งสองทาง


กรณีที่แลกจากไทยได้เปรียบ

ทริปสั้นถึงกลางประมาณ 4-7 วัน และพอรู้ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ อยู่แล้ว การเตรียมเงินจากไทยช่วยลดเวลาหาจุดแลกระหว่างเที่ยว โดยเฉพาะถ้ามีแผนไปเมืองรองหรือพื้นที่ที่ตัวเลือกแลกเงินน้อยกว่าเมืองใหญ่

กรณีที่ควรเผื่อไว้แลกที่ญี่ปุ่น

ทริปที่ยาวเกินสิบวัน หรือยังมีค่าใช้จ่ายที่คาดเดาไม่ได้ อาจไม่จำเป็นต้องถือเงินสดทั้งหมดตั้งแต่ต้น เตรียมให้พอสำหรับช่วงแรก แล้วมีบัตรหรือตู้ ATM เป็นทางเลือกสำรอง จะช่วยให้จัดงบระหว่างทริปได้ยืดหยุ่นขึ้น


แลกที่สนามบิน กับ แลกในเมือง ต่างกันแค่ไหน ?

ความต่างหลักอยู่ที่ต้นทุนความสะดวก จุดแลกในสนามบินเปิดมาเพื่อรองรับคนที่ต้องการจัดการเงินในเวลาจำกัด จึงควรเช็กเรทก่อนหากยังมีเวลาเลือก

จากตัวอย่างเดิม หากเรทในเมืองอยู่ที่ 0.2350 บาทต่อเยน และอีกจุดอยู่ที่ 0.2420 บาท การซื้อ 100,000 เยนจะต่างกัน 700 บาท ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นผลของส่วนต่าง ไม่ใช่เรทจริง ณ วันที่อ่าน

ถ้าลืมแลกจริง ๆ หรือเงินไม่พอระหว่างเดินทาง สนามบินยังเป็นทางเลือกที่ใช้ได้ เพียงแลกเท่าที่จำเป็นสำหรับช่วงแรก แล้วค่อยจัดการส่วนที่เหลือภายหลัง


ควรแลกเงินเยนตอนไหน ?

เริ่มดูเรทล่วงหน้าและเว้นเวลาให้ตัวเองตัดสินใจ เพราะเรทแลกเงินไม่ได้มีทิศทางที่สามารถคาดเดาได้อย่างแน่นอน


ทยอยแลก กับ แลกทีเดียว แบบไหนเหมาะกับใคร ?

แบ่งได้เป็น 2 แบบตามลักษณะทริป

·      ทยอยแลก: เหมาะกับคนที่มีเวลาเตรียมตัวมากกว่าหนึ่งเดือน แบ่งแลก 2-3 รอบเพื่อลดการพึ่งจังหวะวันเดียว

·      แลกทีเดียว: เหมาะกับคนที่เหลือเวลาไม่มากหรือรู้งบค่อนข้างชัด เพราะสะดวกและไม่ต้องเดินทางหลายรอบ

ตั้งเรทเป้าหมายไว้ล่วงหน้า

ไม่จำเป็นต้องเช็กเรททุกวัน ลองกำหนดระดับที่รู้สึกเหมาะกับงบทริปไว้ล่วงหน้า เมื่อเรทอยู่ในช่วงที่รับได้ก็สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสปล่อยให้เวลาลดลงจนต้องรีบแลกก่อนบิน

ถ้าไม่อยากคอยเช็กเอง BMex มีช่องทางสอบถามเรทและจองล่วงหน้าผ่าน LINE Official Account ตามเงื่อนไขของบริการในแต่ละช่วงเวลา


ไปญี่ปุ่นควรแลกเยนเท่าไหร่ ?

จำนวนเงินที่ควรเตรียมขึ้นกับเมืองที่ไป รูปแบบการกิน การเดินทาง และงบช้อปปิง แต่สำหรับการเที่ยวทั่วไป ตัวอย่างในบทความนี้ประเมินเงินสดไว้ราว 6,000-9,000 เยนต่อวัน โดยยังไม่รวมค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และงบช้อปปิง

·      ค่าอาหารประมาณ 3,000-5,000 เยนต่อวัน

·      ค่าเดินทางในเมืองประมาณ 1,000-1,500 เยนต่อวัน

·      ค่าเข้าสถานที่และกิจกรรมประมาณ 1,000-2,000 เยนต่อวัน

·      เงินสำรองเบ็ดเตล็ด เช่น ล็อกเกอร์ ตู้กด หรือร้านที่รับเงินสด ประมาณ 1,000 เยน

ดังนั้นทริป 5 วันอาจอยู่ราว 30,000-45,000 เยน ก่อนบวกงบช้อปปิงส่วนตัว ใครที่ตั้งใจซื้อของฝากหรือช้อปเป็นหลัก ควรแยกงบส่วนนี้ไว้ต่างหากตั้งแต่ก่อนเดินทาง


สัดส่วนเงินสดกับบัตรที่ใช้ได้จริงในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นรับบัตรได้กว้างขึ้นมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ แต่ยังมีร้านอาหารขนาดเล็ก ตลาด ศาลเจ้า ตู้หยอดเหรียญ และระบบขนส่งบางพื้นที่ที่ใช้เงินสดได้สะดวกกว่า จากกรอบเดิมของบทความ อาจเตรียมเงินสดประมาณ 60-70% ของงบใช้จ่ายระหว่างทริป และใช้บัตรเป็นอีกช่องทางหนึ่ง โดยปรับสัดส่วนตามเมืองและแผนเดินทางของตัวเอง


เช็กเรทก่อนบินยังไงให้คุ้ม

แทนที่จะเฝ้าราคาเป็นรายวัน ลองกำหนดช่วงเช็กเรทให้ชัด จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นและไม่ใช้เวลากับตัวเลขมากเกินไป

1.          4 สัปดาห์ก่อนบิน: เริ่มดูเรทสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้พอเห็นช่วงราคาที่แกว่งอยู่

2.          2 สัปดาห์ก่อนบิน: สรุปงบคร่าว ๆ และกำหนดระดับเรทที่ตัวเองรับได้

3.          1 สัปดาห์ก่อนบิน: ถ้าเรทอยู่ในช่วงที่พอใจ สามารถแลกได้เลย หรือแบ่งแลกบางส่วนก่อน

4.          3 วันก่อนบิน: จัดการส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย เพื่อลดความเร่งรีบในวันเดินทาง

5.          วันที่ไปแลก: เช็กเรทอีกครั้งก่อนออกจากบ้าน และสอบถามสาขาหากเป็นจำนวนมาก

เป้าหมายของวิธีนี้ไม่ใช่การหาเรทที่ดีที่สุดทุกครั้ง แต่คือการมีเวลาเลือกและไม่ต้องตัดสินใจภายใต้ความเร่งรีบ

จองเรทล่วงหน้าไว้ก่อน

ถ้าเจอเรทที่พอใจแต่ยังไปสาขาไม่ได้ การจองล่วงหน้าช่วยล็อกจังหวะนั้นไว้ได้ ที่ BMex ใช้บริการ BMex EXPRESS แจ้งสกุลและจำนวนผ่าน LINE@ แล้วนัดวันไปรับที่สาขา หรือให้จัดส่งถึงที่ก็ได้

การจองล่วงหน้ายังมีประโยชน์อีกอย่างที่คนมักไม่ทันคิด คือทำให้สาขาเตรียมธนบัตรไว้ให้พอดี โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม ปีใหม่ หรือหน้าซากุระ ที่คนไปญี่ปุ่นพร้อมกันจำนวนมาก


ก่อนไปแลกเงิน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

·      บัตรประชาชนตัวจริงสำหรับคนไทย หรือหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ

·      จำนวนเงินที่ต้องการอย่างชัดเจน จะระบุเป็นจำนวนเยนหรืองบเงินบาทก็ได้

·      หากเป็นจำนวนมาก ควรแจ้งสาขาล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมธนบัตรได้ครบ

·      เผื่อเวลาสำหรับตรวจนับเงินก่อนออกจากเคาน์เตอร์

ถ้าเป็นไปได้ ลองขอธนบัตร 1,000 เยนติดไว้ส่วนหนึ่ง จะสะดวกกับร้านเล็ก ตู้หยอดเหรียญ หรือการใช้จ่ายในวันแรกมากกว่าการมีแต่ธนบัตรใบใหญ่


ข้อควรระวังก่อนแลกเงินเยน

เรื่องที่ควรระวังไม่ได้มีแค่เรท แต่รวมถึงความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการและเงื่อนไขของรายการด้วย

·      เรทที่ดูต่างจากตลาดมากผิดปกติ ควรอ่านเงื่อนไขให้ครบและตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการที่มีตัวตนและใบอนุญาตชัดเจน

·      หากต้องโอนเงินหรือจองล่วงหน้า ควรทำผ่านช่องทางทางการของผู้ให้บริการ

·      สอบถามให้ชัดว่าเรทที่เห็นใช้กับธนบัตรหรือจำนวนเงินแบบใด มีเงื่อนไขขั้นต่ำหรือไม่

·      ไม่ควรแลกเผื่อมากเกินจำเป็น เพราะเงินที่เหลือจากทริปต้องขายคืนด้วยราคารับซื้อ ซึ่งอาจเกิดส่วนต่างอีกครั้ง

·      เก็บธนบัตรให้สภาพดี หลีกเลี่ยงรอยขีดเขียน รอยขาด หรือความเสียหายที่อาจมีผลต่อการรับแลกคืน


คำถามที่พบบ่อย

แลกเงินเยนต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

คนไทยใช้บัตรประชาชนตัวจริง ส่วนชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทาง ไม่ต้องเตรียมเอกสารอื่นเพิ่มสำหรับการแลกทั่วไป ถ้าเป็นจำนวนมากผิดปกติ ทางร้านอาจขอข้อมูลเพิ่มตามระเบียบที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม

แลกเงินเยนขั้นต่ำเท่าไหร่

โดยทั่วไปแลกได้ตั้งแต่จำนวนไม่มาก แต่ยิ่งแลกก้อนใหญ่ยิ่งคุ้มกับเวลาเดินทางไปสาขา ถ้าต้องการจำนวนมากควรแจ้งล่วงหน้า เพื่อให้สาขาเตรียมธนบัตรไว้ให้ครบตามที่ต้องการ สูงสุดไม่เกิน 800,000 บาท ต่อวัน ต่อหนึ่งท่าน

เงินเยนที่เหลือจากทริป แลกคืนเป็นเงินบาทได้ไหม

ได้ โดยใช้เรทรับซื้อของวันที่นำมาขายคืน ธนบัตรที่สภาพดีจะได้เรทตามประกาศ ส่วนเหรียญเยนมักรับแลกคืนได้ยากกว่าธนบัตร จึงควรใช้เหรียญให้หมดก่อนกลับ

จองเรทเงินเยนล่วงหน้าได้กี่วัน

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละรอบ แนะนำให้จองผ่าน LINE@ แล้วสอบถามวันที่นัดรับพร้อมกันในครั้งเดียว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ความต้องการเงินเยนสูงกว่าปกติ

เที่ยวญี่ปุ่นใช้บัตรอย่างเดียวได้ไหม

ในเมืองใหญ่ทำได้สะดวกขึ้น แต่ยังควรมีเงินสดสำรองสำหรับร้านเล็ก ตู้หยอดเหรียญ ศาลเจ้า หรือการเดินทางบางพื้นที่ และควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมจากบัตรของตัวเองก่อนใช้

เรทเงินเยนอัปเดตวันละกี่รอบ

ปรับได้หลายรอบต่อวันตามภาวะตลาด ไม่ได้ปรับวันละครั้งตายตัว เรทที่เห็นตอนเช้าจึงอาจไม่ใช่เรทเดียวกับตอนบ่าย ควรเช็กอีกครั้งในวันที่จะไปแลกจริง


สรุป และแลกเงินเยนที่ BMex

เรื่องแลกเงินเยนไม่ได้ต้องการความเชี่ยวชาญด้านค่าเงิน ต้องการแค่การเริ่มต้นเร็วกว่าเดิมเท่านั้น แลกจากไทยกับร้านที่มีใบอนุญาต ดูให้ถูกช่อง เริ่มเช็กเรทล่วงหน้าสองถึงสี่สัปดาห์ และอย่าปล่อยให้เหลือแค่วันเดียวก่อนบิน เท่านี้ก็ได้เรทที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่แล้ว

เลือกแบบไหนดี สรุปให้เร็ว ๆ

  • มีเวลาเตรียมตัวเกินหนึ่งเดือน: แบ่งแลก 2-3 รอบได้

  • เหลือเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์: เช็กเรทและจัดการให้จบในรอบเดียว

  • เจอเรทที่พอใจแต่ยังไปสาขาไม่ได้: สอบถามเงื่อนไขการจองล่วงหน้า

  • ทริปยาวเกินสิบวัน: เตรียมเงินสดสำหรับช่วงแรก และมีบัตรหรือตู้ ATM เป็นทางเลือกสำรอง 

โปรดอ่านก่อนตัดสินใจ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตัวเลขเรทและค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เรทจริง ณ วันที่อ่าน อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด และไม่มีการรับประกันเรทใด ๆ กรุณาตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนของวันที่จะทำรายการจริงกับสาขาอีกครั้งก่อนตัดสินใจ 


แลกเงินเยนกับ BMex

Bangkok Money Exchange ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกว่า 30 สกุล ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มี 3 สาขา ได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์ สาขาโลตัส ศรีนครินทร์ และสาขาตลาดสดธนบุรี

หากต้องการวางแผนก่อนเดินทาง สามารถสอบถามเรทและจำนวนเงินล่วงหน้าผ่าน LINE Official Account พร้อมใช้บริการ BMex EXPRESS เพื่อนัดรับเงินที่สาขาในวันที่สะดวก หรือจัดส่งถึงที่ ตามเงื่อนไขของบริการ